“นิวซีแลนด์” พิจารณาเปลี่ยนชื่อประเทศใหม่

“นิวซีแลนด์” พิจารณาเปลี่ยนชื่อประเทศใหม่

“นิวซีแลนด์” พิจารณาเปลี่ยนชื่อประเทศใหม่ ใช้ภาษาเมารี “Aotearoa” แปลว่าเมฆขาวยาว วานนี้มีรายงานว่า รัฐสภานิวซีแลนด์อาจเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น Aotearoa ซึ่งเป็นภาษาเมารีแปลว่า “เมฆสีขาวยาว” และฟื้นฟูเมืองและเมืองต่างๆ ให้เป็นชื่อดั้งเดิมของชาวเมารี

ในการเปลี่ยนชื่อประเทศนิวซีแลนด์นี้ สามารถรวบรวมได้กว่า 70,000 รายชื่อ 

และจะได้รับการพิจารณาโดยคณะกรรมการรัฐสภาที่สามารถเสนอแนะการลงคะแนนเสียงในรัฐสภา นำไปลงประชามติทั่วประเทศ 

ข้อเสนอคือใช้ชื่อภาษาเมารีคือคำว่า Aotearoa ซึ่งหมายถึงเมฆซึ่งตามประวัติศาสตร์ของชนพื้นเมืองได้รับความช่วยเหลือสำหรับนักเดินเรือชาวโพลินีเซียนที่มาถึงประเทศนั้นในตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก

“การใช้ชื่อ Aotearoa สะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของเราอย่างแท้จริงและยอมรับอดีตของเรา แต่ยังรวมถึงวิธีที่เราจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน” Ralph Zambrano ประธานสมาคมนักศึกษา Victoria University of Wellington กล่าวกับ The Wall Street Journal (WSJ)

อย่างไรก็ดี ชื่อนี้มีการใช้อยู่แล้วในเอกสารราชการ หนังสือเดินทาง และแม้กระทั่งบนตั๋ว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงชื่อประเทศใหม่นี้ไม่ค่อยมีใครเห็นด้วยนัก

ตอบคำถาม จรวดลองมาร์ช 5บี คือ หลังจากที่มีข่าวว่าชิ้นส่วนจะตกลงสู่พื้นโลก 31 ก.ค. นี้ และมีความเป็นไปได้ว่าอาจกระทบไทย จรวดลองมาร์ช 5 บี คือ – จากกรณีกระแสข่าว สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กแจ้งเตือนว่า ชิ้นส่วนจรวดลองมาร์ช 5บี ตกสู่พื้นโลกในวันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม 2565 และมีโอกาสเล็กน้อยที่อาจจะส่งผลกระทบกับประเทศไทย

อาจจะทำให้หลายคนสงสัยว่า จรวดลองมาร์ช 5 บี เป็นของใคร และมีหน้าที่อะไร ดังนั้นทางทีมข่าว TheThaiger จึงได้รวบรวมข้อมูลคร่าวๆเกี่ยวกับ จรวดลองมาร์ช 5 บี

อ้างอิงจากสำนักข่าว CNN จรวดลองมาร์ช 5 บี เป็นจรวดของประเทศจีน หนัก 23 ตัน และได้เดินทางออกนอกโลกในวันที่ 24 กรกฎาคม เวลา 14.22 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยจรวดลองมาร์ช 5 บี นำชิ้นส่วนห้องทดลองเวินเทียน เพื่อไปประกอบเข้ากับสถานีอวกาศเทียนก็อง ก่อนที่ภารกิจจะเสร็จสิ้น

เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น จรวดลองมาร์ช 5 บี จะตกลงสู่ชั้นบรรยากาศโลก โดยไม่ได้มีการควบคุม และไม่มีใครทราบว่าชิ้นส่วนจะตกลง ณ จุดใดของโลก ซึ่งถือเป็นครั้งที่สามที่ทางการจีนถูกกล่าวหาว่า ไม่ควบคุมชิ้นส่วนจรวด

ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่ต่ำมากที่มนุษย์จะได้รับผลกระทบชิ้นส่วนอวกาศ แต่ชิ้นส่วนใหญ่ขึ้นอาจจะสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ไม่มีคนอยู่อาศัย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คนเดิมกล่าวว่าเทคโนโลยีและความก้าวหน้านั้นมีความเสี่ยง แต่ทางเจ้าหน้าที่ควรจะควบคุมจุดตก ไม่ใช่ปล่อยและไม่รู้ว่าจะตกลงที่ใด

สยอง! จอทับใส่แดนเซอร์ ระหว่างคอนเสิร์ตวงบอยแบนด์ ‘มิลเลอร์’

เกิดเหตุสยองระหว่างคอนเสิร์ตวง มิลเลอร์ หลัง จอทับใส่แดนเซอร์ เจ็บสองราย ด้านทางการฮ่องกงสั่งระงับคอนเสิร์ตชั่วคราว เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม สำนักข่าว BBC รายงานว่าเกิดเหตุ จอทับใส่แดนเซอร์ ในระหว่างคอนเสิร์ตของกลุ่มบอยแบนด์ “มิลเลอร์” กลุ่มบอยแบนด์จากในฮ่องกง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและ สร้างความตกตะลึงให้กับผู้เข้าร่วมคอนเสิร์ตเป็นอย่างมาก

หลังเกิดเหตุทางคอนเสิร์ตได้ระงับทันทีและทางผู้จัดการวงได้ขอให้คนดูออกจากสนามด้วยความสงบเรียบร้อย ตำรวจยืนยันว่าผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นแดนเซอร์ชายสองคน โดยผู้ได้รับบาดเจ็บรายแรกได้รับบาดเจ็บที่บริเวณคอและนอนพักรักษาตัวในห้อง ICU ส่วนอีกรายมีอาการคงที่

นอกจากผู้ได้รับบาดเจ็บบนเวทีแล้ว ยังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่แพทย์ต้องเข้าดูแลอาการแฟนคลับหลายคนที่เกิดอาการช็อกหลังเห็นเหตุสยองขึ้นกับตาตนเอง ขณะที่ทางการฮ่องกงสั่งให้ทางวงมิลเลอร์หยุดทัวร์ชั่วคราว จนกว่าทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้จัดแสดงให้เรียบร้อย

ชาวอินเดีย ถูกฟ้าผ่าตาย ในวันเดียวมีผู้เสียชีวิต 20 ศพ ทางการเตือนประชาชนทำตามคำแนะนำใกล้ชิด สั่งเร่งติดสายล่อฟ้า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม สำนักข่าว BBC รายงานว่ามีชาวอินเดีย 20 คนถูกฟ้าผ่าตายในแปดย่านภายในรัฐพิหาร ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากที่ประเทศอินเดียวเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมประจำปี

ทางการรัฐพิหารได้ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด พร้อมหารือเพื่อขอให้อาคารของรัฐบาลติดตั้งสายล่อฟ้าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดในทำนองนี้อีก นอกจากนี้ทางรัฐบาลยังได้มอบเงินชดเชยให้กับผู้เสียชีวิตครอบครัวละ 180,000 บาท

ประเทศอินเดียนั้นถือเป็นประเทศที่มีประชาชนถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตมากเป็นอันดับต้นๆของโลก เนื่องจากประชาชนจำนวนมากในประเทศอินเดียทำงานนอกอาคาร รวมถึงพื้นที่ในรัฐพิหารนั้นถือเป็นพื้นที่ที่ง่ายต่อเหตุฟ้าผ่าประชาชน

นับตั้งแต่ช่วงเมษายน 2564 ถึง มีนาคม 2565 พบว่ามีฟ้าผ่าในประเทศอินเดียมากกว่า 18 ล้านครั้ง ถือเป็นจำนวนที่มากขึ้นร้อยละ 34 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านๆมา

แนะนำ : ดูดวงไพ่ยิปซี | รีวิวที่พัก | รีวิวคาเฟ่ | วิธีลดน้ำหนัก | รีวิวอนิเมะ ญี่ปุ่น