สาวฮอตขึ้นรถไฟ นุ่งสั้น-เว้าสูง ซีทรูเกินต้าน ทำผู้โดยสารนั่งไม่ติด

สาวฮอตขึ้นรถไฟ นุ่งสั้น-เว้าสูง ซีทรูเกินต้าน ทำผู้โดยสารนั่งไม่ติด

สาวฮอตขึ้นรถไฟใต้ดิน ที่จีน จนเป็นไวรัล ร้อนจนผู้โดยสารในขบวนนั่งไม่ติด ซีทรู นุ่งสั้น เว้าสูง มองกันไม่ละสายตา แฟชั่นสุดฟาดส่งตรงจากแดนมังกร ข่าวรถไฟวันนี้ สาวฮอตนุ่งสั้น เว้าสูง กางเกงซีทรูลายตาข่าย ยืนโหนรถไฟใต้ดินที่จีนจนเป็นไวรัล รายงานจากเว็บไซต์ appledaily.com.tw เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 โดยในคลิปจะเห็นว่าผู้โดยสารในขบวนไม่อาจละสายตาไปทางอื่นได้เลย

เนื่องจากหญิงสาวสุดฮอตรายนี้ 

ซึ่งไม่มีที่นั่งบนรถไฟขบวนดังกล่าวต้องยืนโหนรถไฟด้วยชุดแฟชั่นสุดเจ็บ เสื้อเกาะอกคลุมด้วยชุดซีทรูยาวลงมาถึงท่อนล่าง เผยให้เห็นบั้นท้ายสุดแซ่บ จนผู้โดยสารในขบวนพากันอยู่ไม่เป็นสุข

รายงานยังอ้างอิงข้อมูลจาก South China Morning Post ระบุ ตอนที่สาวซีทรูสุดแซ่บรายนี้ขึ้นรถไฟเธอไม่สามารถหาที่นั่งว่างได้จึงทำให้ต้องยืนเกาะขบวนตู้รถไฟตามคลิปที่ปรากฏ ขณะทีผู้คนในรถไฟที่เห็นต่างก็พากันจับจ้องมอง บ้างคนเขินอายต้องแกล้งหันมองไปทางอื่นก็มี

ภายหลังคลิปหญิงสาวคนดังกล่าวที่แต่งตัวเกินต้านกลายเป็นไวรัลดังในจีน โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์เจ้าดังแดนมังกรอย่าง weibo ที่ส่วนใหญ่วิจารณ์เดือดทั้งความฮอตและความใจกล้าเกินงาม

บางส่วนมองว่าสาวฮอตผู้นี้กล้าหาญเกินไป ขณะที่บางคนแสดงความเห็นถึงสาเหตุของชุดเกินต้านนี้ อาจจะมาจากสาเหตุสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวจนเป็นเหตุให้ต้องห่มอาภรณ์น้อยชิ้นเช่นนี้

เจ้าสาว จากประเทศ ตูนิเซีย รายหนึ่ง ได้ถูกยกเลิกงานแต่งงานแบบกลางคัน โดยมีเหตุผลมาจากการที่แม่ของเจ้าบ่าวนั้น ไม่ปลื้มในรูปลักษณ์ของตัวเจ้าสาว (1 ส.ค. 2565) ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าก็ว่าได้กับการที่ เจ้าสาว จากประเทศ ตูนิเซีย รายหนึ่ง ได้ถูกบังคับให้ยกเลิกงานแต่งงานแบบฟ้าแลบกลางพิธี เนื่องจากแม่ของทางฝ่ายชายไม่ปลื้มในรูปลักษณ์ของเธอ  โดยเหตุการณ์นี้ก็แสดงให้เห็นว่าในบางประเทศ และวัฒนธรรมนั้น พ่อ – แม่ ของคู่บ่าวสาวถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการแต่งงานก็ว่าได้

เหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ก็เป็นเรื่องราวของ ลาเมีย อัล-ลาบาวี (Lamia al-Labawi) “อดีต” เจ้าสาวจากสาธารณรัฐตูนิเซีย ที่ต้องทำการยกเลิกงานแต่งงานที่ได้ดำเนินไปกับเจ้าบ่าวที่คบหาดูใจกันมาเป็นระยะเวลา 4 ปี ในส่วนของเหตุผลที่ต้องยกเลิกแบบกลางคัน ก็มาจากความไม่ชอบใจของแม่เจ้าบ่าว ที่มองว่าเธอนั้น “เตี้ย และขี้เหร่เกินไป”

การโผล่ออกมาของแม่เจ้าบ่าวก็มาจากการที่ทั้งตัวลาเมีย และแม่เจ้าบ่าวนั้น ไม่เคยเจอตัวกันแบบจริงจังมาก่อน และได้เห็นแ่รูปถ่ายกันเท่านั้น ทำให้เมื่อเจอตัวกันแล้วนั้น แม่เจ้าบ่าวแสดงความไม่พอใจ และประกาศยกเลิกการแต่งงานโดยทันที ซึ่งที่น่าประหลาดใจอีกอย่างก็คือ การเห็นด้วย และยอมรับแต่โดยดีของเจ้าบ่าว

การยกเลิกการแต่งงานในครั้งนี้ของลาเมีย ไม่ได้ส่งผลแค่ทางจิตใจของเธอเท่านั้น แต่ก็ยังส่งผลต่อด้านการเงินของเธออีกด้วย เนื่องจากเธอเป็นเด็กกำพร้า ทำให้เธอต้องดำเนินการใช้จ่ายเงินเพื่อจัดงานแต่งดังกล่าวด้วยตัวเอง ซึ่งตามปกติของงานแต่งงานก็ถือเป็นเงินจำนวนมากเลยทีเดียว

ลาเมียได้ทำการเปิดเผยถึงสภาวะของเธอหลังเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ว่า เธอไม่กล้าออกไปไหน หรือพบเจอใครเลย ทั้งนี้แล้วนั้น หลังจากที่เหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปก็มีการแสดงความเห็นในเชิงปลอบใจเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งกับกล่าวว่าดีแล้วที่งานแต่งได้ถูกยกเลิกไป เธอได้หลุดพ้นจากความเป็นไปได้ที่อาจจะไม่ดีเท่าไหร่ และตัวเธอนั้นก็คู่ควรกับชายที่ไม่เห็นข้างเธอเลยซักนิดเดียว

หนุ่มจีนโวย รถจีนแจ้งเตือน คนขับหลับใน แต่จริงๆแค่ตาตี่

คนขับโวยหลังรถไฟฟ้าจีน แจ้งเตือน คนขับหลับใน แต่จริงๆแล้วไม่ได้หลับใน แค่ตาตี่เฉยๆ ด้านบริษัทให้คำมั่นรีบแก้ปัญหา เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม เว็บไซต์ Shine ได้แบ่งปันเรื่องราวสุดงง หลังจากที่รถไฟฟ้ายี่ห้อ Xpeng เตือนว่าคนขับกำลังง่วงนอน แต่จริงๆแล้วคนขับไม่ได้ง่วง แต่คนขับตาตี่ต่างหาก โดยชายคนนี้ได้เขียนลงโพสต์ของเขาพร้อมแท็กประธานบริษัทว่า “ผมแค่ตาตี่เฉยๆ ผมไม่ได้หลับใน คนตาตี่ไม่มีสิทธิ์ใช้ระบบขับอัตโนมัติหรือไง?”

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่กรณีเดียวที่มีเรื่องแบบนี้ขึ้น และมิหนำซ้ำไม่เกิดกับยี่ห้อนี้อย่างเดียว เพราะบล็อกเกอร์จีนได้แชร์ข้อความข้างต้น ว่าครั้งนึงเขาเคยปวดตา แล้วทางรถแจ้งเตือนว่าเขากำลังจะหลับ และทำให้เขาเข้าถึงเทคโนโลยีบางอย่างของรถยนต์ไม่ได้

ด้าน CEO ของบริษัท Xpeng ก็ไม่ได้นิ่งเฉย และออกมาแจ้งว่าขณะนี้เขาได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาแล้ว

ปัจจุบันรถในประเทศจีนหลายคันมีระบบ เฝ้าสังเกตคนขับ ซึ่งนอกจากระบบนี้จะใช้เพื่อจำเข้าของรถแล้ว แต่ยังใช้การตรวจสอบความพร้อมและความระแวดระวังของคนขับด้วย โดยในปีที่ผ่านมามีรถยนต์ในจีนกว่า 543,300 คันถูกติดตั้งด้วยระบบดังกล่าว ซึ่งถือมากกว่าปีก่อนถึงร้อยละ 228.87

จากการทำผิดซึ่งหน้าของตำรวจหลายนาย ได้มีการแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยขณะนี้ยังไม่มีใครยื่นคำร้องขอประกันตัว มีการยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมีการกระผิดซ้ำ ๆ

หากมีการโพสต์หรือเผยแพร่ข้อมูลอื่นอันมีลักษณะเข้าข่ายผิดกฎหมายในฐานความผิดอื่น ก็จะมีความผิดตามฐานความผิดที่ได้กระทำ

แนะนำ : ดูดวงไพ่ยิปซี | รีวิวที่พัก | รีวิวคาเฟ่ | วิธีลดน้ำหนัก | รีวิวอนิเมะ ญี่ปุ่น